อาเลสซันโดร เดล ปีเอโร กับ สโมสรที่เคยร่วมงาน

ufa1688 เดล ปีเอโร เริ่มต้นอาชีพ นักฟุตบอลของเขากับ สโมสรฟุตบอลปาโดวา ตั้งแต่อายุ 16 ปี และย้ายมาอยุ่กับสโมสรฟุตบอลยูเวนตุสในปี ค.ศ. 1993 โดยลงเล่นให้กับยูเวนตุสนัดแรก ในการพบกับ ฟอจจา และมายิงประตูได้นัดในถัดมาที่พบกับ เรจจิน่า เขาสามารถยิง แฮทริกได้ครั้งแรกในนัดที่พบกับ ปาร์มา ตั้งแต่เดล ปีเอโรมาค้าแข่งอยู่กับยูเวนตุส เขาก็พายูเวนตุสคว้าแชมป์ต่างๆ มากมายหลายรายการ ทั้งแชมป์ลีก และแชมป์สโมสรยุโรป

ในฤดูกาล 1998/99 เดล ปีเอโรก็ต้องพบกับช่วงเลวร้ายที่สุดของชีวิตนักฟุตบอล เมื่อนัดที่ ยูเวนตุสพบกับอูดิเนเซ่ โดยนัดนี้เองที่เดล ปีเอโร ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงบริเวณหัวเข่า ซึ่งทำให้เอ็นหัวเข่าขาด และต้องพักรักษาตัวถึง 1 ฤดูกาลเต็มๆ แต่หลังจากการรักษาตัว เดล ปีเอโรก็เริ่มกลับมาลงเล่นให้กับทีมอีกครั้ง แล้วก็พายูเวนตุส คว้าแชมป์ลีกได้อีก 2 สมัย ทั้งยังได้เข้าชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกอีกด้วย ปัจจุบันเขาเป็นกัปตันทีมยูเวนตุสและดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร โดยตอนนี้เขายิงไปแล้วทั้งสิ้น 195 ประตู แต่จบฤดูกาล 2005/06 ยูเวนตุสถูกปรับตกชั้น เนื่องจากคดีล้มบอล ทำให้ยูเวนตุสต้องลงไปแข่งใน ซีเรียบีทำให้ดาวดังของทีมหลายคนต้องออกจากสโมสรไป แต่เดล ปีเอโร ตัดสินใจอยู่ช่วยทีมต่อไป พร้อมกับ พาเวล เนดเวด และ จานลุยจิ บุฟฟอน ซึ่งเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่เหลืออยู่ ทำให้ตอนนี้ ทั้ง 3 กลายเป็นตำนานของสโมสรฟุตบอลยูเวนตุสไปแล้ว

และในตอนนี้เดล ปีเอโรเองก็ได้กลายเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ของยูเวนตุสไปแล้ว โดยล่าสุดเขาทำสถิติยิงประตูมากที่สุดตลอดกาลของสโมสรยูเวนตุสที่แต่เดิมเป็นของ จันปีเอโร โบนิแปร์ตี ซึ่งทำไว้ทั้งหมด 182 ประตู โดยประตูประวัติศาสตร์ของเดล ปีเอโรเกิดขึ้นในนัดที่พบกับ ฟิออเรนติน่า โดยลูกแรกเขายิงประตูด้วยเท้าซ็ย อันเป็นประตูที่183 และหลังจากนั้นก็มาจากการยิงลูกฟรีคิกซึ่งเป็นประตูที่ 184 และจากนั้นก็ยิงจุดโทษซึ่งเป็นประตูที่ 185 นับว่าเป็นการทำลายสถิติที่สวยงามอย่างยิ่ง ปัจจุบันเดล ปีเอโรยังคงทำประตูต่อไปเรื่อยๆจนตอนนี้เขายิงประตูภายใต้เสื้อยูเวนตุสไปแล้วทั้งสิ้น 224 ประตู จาก 534 นัด ที่ลงสนาม นอกจากนี้เขายังทำลายสถิติลงสนามมากที่สุดด้วยโดยปัจจุบันเดล ปีเอโรลงสนามในเสื้อทีมยูเวนตุสไปแล้ว 560 นัดนับเป็นสถิติสูงสุดในตอนนี้ และได้ทำลายสถิติของ เกตาโน ชีเรีย ซึ้งทำไว้ทั้งสิ้น 552 นัด การลงสนามเทียบเท่า เกตาโน ชีเรียคือนัด กัลโซ่ซีรีเอ อิตาลี นัดที่ 30 ในการบุกทุบ อินเตอร์ มิลานในบ้าน 1-2 ในนัดนั้นอาเล่มีโอกาสหลายครั้ง ในส่วนของรางวัลส่วนตัว เดล ปีเอโรนั้นได้รับการเสนอชื่อ จากเปเล่ให้ติด ฟีฟ่า 100 ซึ่งเป็นรายชื่อนักฟุตบอล125คนที่ ที่ถูกเสนอชื่อโดยเปเล่ และล่าสุดยังได้รับรางวัล รองเท้าทองคำ ในปี 2007 ซึ่งเป็นรางวัลที่จะมอบให้แก่นักเตะที่มีอายุ29ปีขึ้นไปที่ทำผลงานได้อย่างดีในช่วงเวลาที่ผ่านมาอีกด้วย

ในฤดูกาล 07/08 เดล ปีเอโรสามารถพายูเวนตุสที่พึ่งได้เลื่อนชั้นขึ้นมาจาก ซีรี่ บี คว้าตำแหน่งอันดับที่3ของซีรี่ เอ ทำให้ทีมได้ไปเตะฟุตบอลสโมสรยุโรปในฤดูกาลหน้า พร้อมทั้งเขาสามารถยิงประตูได้ถึง 21 ประตู ซึ่งเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีกอิตาลีอีกด้วย และเป็นครั้งแรกของเดล ปีเอโรที่ได้รับรางวัลนี้ นับว่าฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่เยี่ยมยอดที่สุดของเขา นับจากหายเจ็บเมื่อครั้งปี 1998ทีเดียว ซึ่งจากการทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นนี้ ส่งผลให้เขากลับไปติดทีมชาติอิตาลีอีกครั้ง เพื่อไปแข่งขันในศึกยูโร 2008 ในกลางปีนี้อีกด้วย

ฤดูกาล 08/09 มาถึง ยูเวนตุสได้เสริมทีมมาอย่างดีพอวมควร และเดล ปีเอโรเองก็ยังเป็นกัปตันผู้นำทีมเช่นเดิม ยูเวนตุสได้กลับไปเล่นในถ้วยยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกอีกครั้งโดยหนนี้ในรอบคัดเลือกรอบที่3 โดยการเอาชนะทีมอาร์ทมีเดียมาได้ ในนัดแรกแข่งขันกันที่สนามโอลิมปิโก้ที่เมืองตูริน โดยยูเวนตุสเอาชนะไปได้ด้วยผลการแข่งขัน 4-0ในนัดแรก และเดล ปีเอโรก็สามารถทำประตูที่สุดสวยในนัดนี้ได้อีกด้วย ก่อนที่นัดต่อมายูเวนตุสจะบุกไปเสมอกับอาร์ทมีเดียด้วยผลการแข่งขัน 1-1 ทำให้ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มด้วยประตูรวม 5-1 โดยในรอบแบ่งกลุ่มนั้น ยูเวนตุสต้องไปอยู่ในกลุ่มที่แข็งแกร่งมาก เมื่อมีทีมอย่าง เรอัลมาดริด แห่งสเปน และเซนิธ เซ็นปีเตอร์เบิร์กยอดทีมจากรัสเซียร่วมกลุ่มอยู่ด้วย ส่วนอีกทีมที่อยู่ในกลุ่มนี้คือ เอฟซี บาเต้ ซึ่งเป็นทีมจากประเทศเบรารุส ในนัดแรกนั้นยูเวนตุสเล่นในโอลิมปิโก้บ้านของพวกเขา เอาชนะ เซนิธ เซ็นปีเตอร์เบิร์กไปได้ด้วยผลการแข่งขัน 1-0 และก็เป็น เดล ปีเอโรที่ยิงประตูชัยด้วยลูกฟรีคิ๊กจากระยะไกล เข้าไปอย่างสวยงาม ส่วนในนัดที่2 ยูเวนตุสบุกไปทำได้แค่เสมอกับ เอฟซี บาเต้เท่านั้น ด้วยผลการแข่งขัน 1-1 ส่วนในลีกนั้น ยูเวนตุสยังไม่อาจหาฟอร์มเก่งได้ และเดล ปีเอโรสามารถทำได้เพียงประตูเดียวเท่านั้นจากการยิงฟรีคิ๊ก ในนัดที่ยูเวนตุสแพ้ให้กับ ปาแลร์โม่ในบ้านของตัวเอง ด้วยผลการแข่งขัน 1-2

Leave a Comment