ประวัติ มาร์เซโล่ แบ็คซ้าย ชาวบราซิล ของสโมสร เรอัล มาดริด

มาร์เซโล่ หรือ มาร์เซโล่ วิเอร่า เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 1988 ในเมือง ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตอนอายุ 9 ขวบและค้นพบว่าตัวเองหลงใหลในเกมฟุตบอลเป็นอย่างมาก และเข้าคัดตัวเพื่อเป็นนักฟุตบอลในทีมเยาวชนของสโมสร Fluminense ซึ่งหลังจากที่เขาสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีมเยาวชนของสโมสรแห่งนี้ได้แล้ว เขาก็ตั้งใจฝึกซ้อมฟุตบอลอย่างเอาจริงเอาจัง   ufa1688 

จนทำให้ไม่นานมากนักเขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวหลักของทีมเยาวชน ก่อนที่จะถูกดันขึ้นไปเล่นทีมสำรองของสโมสร เขาได้รับสัญญาเป็นดาวเตะอาชีพกับสโมสร Fluminense เป็นเวลาทั้งสิ้น เขาลงเล่นให้กับสโมสรไปทั้งหมด 30 นัด จนกระทั่งในปี 2007 ทีมดังจากสเปนได้ส่งแมวมองมาดูฟอร์มการเล่นของเขาพร้อมทั้งยื่นข้อเสนอขอซื้อตัวเขาทั้งที

แบ็คซ้ายอนาคตไกล ราชันชุดขาว
marcelo-young
มาร์เซโล่ เดินทางมาเซ็นสัญญากับสโมสร ราชันชุดขาว ในวัย 18 ปี

มาร์เซโล่ ย้ายมาเล่นให้กับสโมสร ราชันชุดขาว พร้อมทั้งแบกความหวังของสาวกเอาไว้ว่าเขาจะเข้ามาเป็นแบ็คซ้ายคนต่อไปของทีม เขาใช้เวลาฝึกซ้อมและเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่ภายในทีมสำรองของสโมสรมาเป็นระยะเวลาหลายสโมสรก่อนที่จะได้รับโอกาสขึ้นมาเก็บเกี่ยวฝึกซ้อมกับนักเตะรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่

เขามีโอกาสลงฝึกซ้อมเป็นไอดอลของเขาอย่าง โรแบร์โต้ คาร์ลอส เขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงอยู่บ่อยครั้งมากขึ้น ก่อนที่จะถูกเรียกตัวไปคุยถึงในเรื่องของการหาประสบการณ์ หรือการย้ายทีมในสัญญายืมตัว ซึ่งในตอนนั้นเขาคิดแค่ว่า หากจะเขาต้องเป็นนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่กับสโมสร ราชันชุดขาว อย่างแน่นอน ทำให้ตัดสินใจที่จะไม่ย้ายไปเล่นให้กับทีมอื่น ซึ่งหลังต่อไปไม่นาน โรแบร์โต้ คาร์ลอส ก็ได้ย้ายออกจากทีม จึงทำให้ มาร์เซโล เริ่มมีโอกาสในการลงสนามมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดเขาก็สามารถกลายเป็นนักฟุตบอล 11 ตัวจริงของสโมสรได้

การแชมป์ที่ยิ่งใหญ่
marcelo-champions
มาร์เซโล่ มีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์ของราชันชุดขาว

หลังจากที่ โรแบร์โต้ คาร์ลอส ได้ย้ายออกจากสโมสร ทำให้ตัวของเขาได้รับโอกาสในการลงสนามมากยิ่งขึ้น และเริ่มที่จะเป็นที่รู้จักของสาวกมากยิ่งขึ้น จนทำให้เขาเริ่มมีฟอร์มการเล่นที่ดียิ่งขึ้นจนสามารถช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ได้อย่างมากมาย แต่สิ่งที่เขาประทับใจเยอะที่สุดในชีวิตนั้นคือ เขาสามารถพาสโมสร ราชันชุดขาว คว้าแชมป์  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก ได้มากถึง 3 สมัยติดต่อกัน นับเป็นความยิ่งใหญ่ในชีวิตของตัวเขาเป็นอย่างมาก เพราะครั้งหนึ่งเขาสามารถสร้างชื่อไว้ที่สโมสรแห่งนี้

แต่ยังไงก็ตาม เขาถือเป็นนักฟุตบอลที่มีความเร็วสูงและสามารถเล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุก วิ่งได้แบบว่าไม่มีวันหมด ตามแบบของสไตล์ โรแบร์โต้ คาร์ลอส ผู้ซึ่งเป็นเสมือนไอดอลของเขา ซึ่งในทุกวันนี้นี้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่รักของแฟนๆ ทีมราชันชุดขาวเป็นจำนวนมาก แม้ว่าว่าในบางทีเขาจะมีฟอร์มการเล่นที่ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็คือวิถีของฟุตบอลนั่นเอง จากความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม เขาจึงได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่จากทางสโมสร นั่นคือสัญญาฉบับใหม่ที่มีระยะเวลายาวนานไปจนถึงปี 2020

ทีมชาติบราซิล
marcelo-brazil

มาร์เซโล่ ถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิลเพื่อลุยศึก โอลิมปิก 2008 ซึ่งนั่นนับเป็นการถูกเรียกตัวติดทีมชาติครั้งแรกของตัวเขา และยังสามารถช่วยให้ทีมชาติบราซิลคว้าเหรียญในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลมาได้สำเร็จ ซึ่งนั่นถือว่าเป็นการติดเปิดตัวกับทีมชาติได้เป็นอย่างเป็นอย่างดีเลยก็ว่าได้ หลังต่อไปมาเขาก็มักจะถูกเรียกตัวเข้ารับใช้ทีมชาติอยู่ในทุกรายการแข่งขัน และยังเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมชาติเก็บชัยชนะอยู่อย่างเสมอ

และเมื่อล่าสุด เขาสามารถนำทีมชาติบราซิลเข้าชิงชนะเลิศการแข่งขันรายการ โคปา อเมริกา ในปี 2019 กับ ทีมชาติเปรู โดยในเกมนัดดังกล่าวเขาได้มีส่วนร่วมกับทีมและยังช่วยให้ทีมชาติบราซิลเอาชนะทีมชาติเปรูไปได้ 3-1 เป็นเหตุให้ทีมชาติบราซิลสามารถคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019 ได้สำเร็จ สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับวงการฟุตบอลในประเทศบราซิลได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือได้ว่า มาร์เซโล่ เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติในเวลาเลยก็ว่าได้ แต่ยังไงก็ตาม เป้าหมายสำคัญของเขานั้นก็การนำทีมชาติบราซิลขึ้นไปคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสักครั้ง ซึ่งนี่นับเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการค้าแข้งของตัวเขาที่ต้องการจะทำให้ได้ ตามคำสัญญาที่ตัวเขาเองเคยมอบไว้ให้กับคุณปู่ก่อนที่จะเสียชีวิต

เบื้องหลังความสำเร็จ คุณปู่ผู้ผลักดัน
marcelo-grandfra
คุณปู่ เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จของเขา

คุณปู่ของมาร์เซโลนั้นเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จทั้งหมดในชีวิตของเขา โดยเฉพาะเรื่องของฟุตบอล ที่เขาชอบจะขับรถคอยไป รับ-ส่ง เขาที่สนามซ้อม และจะเดินทางไปดูการแข่งขันของเขาอยู่อย่างเป็นประจำ จนกระทั่ง มาร์เซโล สามารถผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นดาวเตะเยาวชนของทีม Fluminense ซึ่งการเดินทางที่ไกลมากขึ้นทำให้ตัวของเขาเริ่มที่จะรู้สึกน้อยใจและไม่อยากเล่นฟุตบอลอีกต่อไป เพราะการเดินทางที่มีระยะทางยาวไกลยิ่งขึ้นทำให้ตัวเขาไม่มีค่ารถเพื่อเดินทางไปฝึกซ้อมกับทีมได้ แต่ด้วยความรักของคุณปู่ที่มีให้กับหลานชายสุดที่รัก ปู่ของเขาจึงตัดสินใจที่จะนำรถส่วนตัวของเขาไปขาย เพื่อนำเงินมาให้กับ มาร์เซโล่ ใช้เป็นทุนในการเดินทางไปฝึกซ้อมกับสโมสร ทำให้เขาเริ่มที่จะกลับมาเล่นฟุตบอลได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลระดับโลกได้

เกียรติประวัติ
marcelo-trophy

สโมสร ฟลูมิเนนเซ่
Campeonato Carioca : 2005

Taça Rio : 2005

สโมสร ราชันชุดขาว
La Liga: 2006–2007, 2007–2008, 2011–2012, 2016–2017

Copa del Rey: 2010–2011, 2013–2014

Supercopa de España: 2008, 2012, 2017

UEFA Champions League: 2013–2014, 2015–2016, 2016–2017, 2017–2018

UEFA Super Cup: 2014, 2016, 2017

FIFA Club World Cup: 2014, 2016, 2017, 2018

ทีมชาติ บราซิล
Olympic Silver Medal: 2012

Olympic Bronze Medal: 2008

FIFA Confederations Cup: 2013

รางวัลส่วนตัว
Campeonato Brasileiro Série A Team of the Year: 2006

L’Équipe Team of the Year 2016, 2017, 2018

UEFA Team of the Year: 2011, 2017, 2018

FIFA FIFPro World11: 2012, 2015, 2016, 2017, 2018, 2019

FIFA World Cup Dream Team: 2014, 2018

La Liga’s Team of the Season: 2015-16

Facebook FA La Liga Best Defender: 2016

UEFA Champions League Squad of the Season: 2015-2016, 2016-2017, 2017-2018

ESM Team of the Year: 2015-2016, 2016-2017

EA Sports FIFA Team of the Year: 2016, 2017, 2018

IFFHS Men’s World Team: 2017, 2018

มาร์เซโล่ วิเอร่า ถ้าจะพูดเกี่ยวกับ เรื่องฟุตบอลนั้น นักฟุตบอล ในสมัยทุกวันนี้นี้ ใครๆก็คง จะกล่าวถึงนักฟุตบอล ในตำแหน่งกองหน้า เป็นอันดับต้นๆ เป็นอย่างแรกแน่ๆ ก็เพราะว่า นักเตะในตำแหน่งนี้ มีบทบาทที่ เป็นเอกลักษณ์ ในการสร้าง แรงดึงดูดให้ กับท่านผู้ชม เป็นอย่างมาก เพราะโดยธรรมชาตินั้น ฟุตบอลนั้น ต้องมีการทำประตู ถึงจะเป็นผู้ชนะ   โดยผู้ที่มี ส่วนสำคัญ ในชัยชนะนั้น ก็จะมาจาก ในตำแหน่ง ศูนย์หน้ากันอยู่แล้ว ซึ่งนักเตะ ที่มีชื่อเสียง โด่งดังไปทั่วโลก ก็คงจะไม่พ้นนักเตะดาวดัง ทีมชาติโปรตุเกสอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด หรือนักเตะ ทีมชาติอาเจนติน่า อย่างนักเตะดาวดังอย่าง ลิโอเนล เมสซี

ซึ่งนักเตะ 2 คนนี้ได้ สร้างประวัติศาสตร์ ที่จารึกไว้แก่ ยุคสมัยนี้ ที่มีผลงาน การทำประตู อย่างถล่มถลาย ซึ่งเหล่าสาวก ในวงการฟุตบอล ให้ความคลั่งไคล้แก่ บุคคลทั้ง 2 เป็นอย่างมาก

ซึ่งทั้งในนามสโมสรและ ในนามที่ชาติ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ ให้แก่โลก ใบนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าจะเอ่ย ชมนักเตะ ทั้ง 2 คนนี้ ในส่วนตัว ของผมเอง ก็คิดว่า ค่อนข้างที่จะ ไม่แฟร์สักเท่าไหร่

เพราะว่าทีม ที่จะประสบ ความสำเร็จได้นั้น มันก็ควรจะ มาจากทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น ในตำแหน่งประตู ตำแหน่งกองหลัง และตำแหน่งมิดฟิลด์ ที่คอยผลักดัน พลังขับคลื่น ให้แก่กองหน้า

ซึ่งทั้ง 2  คนนี้สามารถ ทำประตูได้อย่าง เป็นกอบเป็นกำ สูตรสำเร็จของฟุตบอลนั้น พลังการขับเครื่อง มันก็ควรที่จะ มาจากในตำแหน่งเหล่านี้ ด้วยเช่นกัน ใช่ไหมครับ

คงไม่มี ทีมไหนในโลก ที่จะประสบ ความสำเร็จได้ ที่มาจากผู้เล่น เพียงแค่คนเดียว ซึ่งผมเอง จึงอยากจะนำเสนอ เรื่องราวฟุตบอล ของชายผู้หนึ่ง ผู้เป็นบุคคลหนึ่ง ที่ทักษะการเล่น ไม่เป็น 2 รองจาก โรนัลโด้และ เมสซีเลย

แถมวิธี การเล่นฟุตบอล ในสไตล์ของเขาเอง แล้วนั้นเป็น ที่หน้าตื่นตา ตื่นใจอีกด้วย นะครับผม แถมเป็นดาวเตะ ในตำแหน่ง กองหลังอีก ด้วยนะครับ มีใครเคย ได้ยินชื่อนี้ บางไหมละครับ

ชายผู้ชื่อ มาร์เซลู วีเอรา ยอดแบ๊คซ้าย ทีมชาติบราซิล สุดยอดตำแหน่ง กองหลังที่ใครๆ ได้ยินชื่อแล้ว ก็ยังอดทึ่ง ในความสามารถ ของเขาเอง ไม่ได้เลย ชายผู้ที่มี ความสามารถเฉพาะตัว อย่างสูงส่ง

ที่ครบเครื่อง ทุกรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น การเลี้ยงฟุตบอล ที่เหมือนราวกับ ตีนตะขอ ทักษะในการ จับบอลที่ขนาด โรนัลดินโญ่ ยังต้องยอมรับ ในความสามารถ ของเขาเอง เลยนะครับ เขาเป็นคน ที่จับบอล ได้นิ่งราวกับ เอามือมารับไว้ ได้เลยครับ

แถมด้วยลูกเล่น วิธีการเล่น อันแพรวพราว แถมยังผ่าน บอลให้กับ เพื่อนร่วมทีม ได้อย่างแม่นยำ อีกด้วยครับ ถึงขนาดที่ มิดฟิลด์สุดยอดพริ้วๆ ยังโดนมาร์เซโล่ เลี้ยงโยกหลอก หลังหักกันมาแล้ว ไม่รู้เท่าไหร่ ต่อเท่าไหร่ แถมลูกยิงอัน เฉียบขาดของเค้าด้วยอีกแล้ว

เรียกได้เลยว่า เป็นกองหลัง ที่ครบเครื่อง ครบตำแหน่ง สมบรูณ์แบบจริงๆ เลยละครับผม ด้วยความสามารถ ที่น่าเหลือเชื่อ ของเขาเองนั้น ทำให้สโมสร ระดับโลกอย่าง ราชันชุดขาว ถึงกับค้วาตัว จับไปร่วม เซ็นสัญญา ด้วยค่าตัวถึง 22.5 ล้านปอนด์

Leave a Comment